Python กับการเงิน ตอนที่ 2

ในตอนที่แล้วได้บอกว่าภาษา Python ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับเงินได้บ้าง ต่อมาก็มาถึงความต้องที่บริษัทอยากได้ผู้พัฒนาโปรแกรมที่ใช้ภาษา Python กันดีกว่า

eFinancialCareers ได้มีการเปิดเผยว่า ในเดือน ธันวาคม 2018 มี 5 ธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐเปิดรับโปรแกรมเมอร์ที่ใช้ภาษา Python มาพัฒนาโปรแกรมเป็นลำดับที่ 2 รับถึง 350 ตำแหน่ง ถึงจะเป็ที่ต้องการในลำดับที่ 2 ก็ไม่ใช่ว่าจะห่างจากลำดับที่ 1 เป็นของภาษา Java มากนักความต้องการค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน 

ทำไมกันภาษา Python ถึงได้รับความมั่นใจจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับด้านการเงิน ?

ภาษา Python มีการใช้ภาษาอังกฤษคล้ายๆกับการที่ใช้อยู่ในปกติ และด้วยภาษา Python มีโครงสร้างที่ง่าย ได้ตัดเครื่องหมายอะไรที่ไม่จำเป็นออกเพื่อจะให้มีการเขียนที่สั้น และกระชับไม่ยาวเกินไปทำให้เข้าใจ ภาษา Python ไม่จำเป็นต้องประกาศประเภทของข้อมูลในการสร้างตัวแปลมาเก็บค่าไว้ทางระบบจะง่ายต่อการทำงาน ด้วยที่ภาษา Python มีโครงสร้างที่เรียบง่ายกว่าภาษาอื่นเพราะว่าไม่มี การใส่วงเล็บ และ ไม่ต้องมีไวยากรณ์จบคำสั่ง ในบ้างที่ภาษาที่มีโครงสร้างแบบนี้จะ Error ที่ไวยากรณ์ส่วนใหญ่ คือ ใส่ไม่ครบบ้าง ใส่เกินบ้าง มันเลยทำให้เสียเวลาให้การแก้ และด้วยที่ว่าความเรียบง่ายยังส่งผลที่ดีในเรื่องของพนักงานด้านการเงินที่ทางบริษัทอยากให้เขียนโปรแกรมได้ ความเรียบง่ายมันทำให้เข้าใจง่ายคนที่ไม่มีพื้นฐานก็สามารถเรียนรู้ได้เร็ว ทำให้ทางบริษัทไม่ต้องจ่ายเงินในระยะเวลาที่นาน ต้นทุนที่เสียไปต่อการส่งพนักงานไปฝึกใช้ภาษาอื่นๆ และพนักงานของบริษัทการเงินส่วนใหญ่จะเป็นนักเศรษฐศาสตร์จะชอบที่จะใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายใช้ง่าย ภาษา Python เลยเป็นตัวเลือกที่ดีต่อการนำมาใช้ 

ภาษา Python จบงานได้เร็วไหม ?

ในความจริงในด้านของการเงิน ภาษา Python ยังถือว่าช้าอยู่ในด้านของการทำงานแต่ก็ถ้าเป็นการสร้างภาษา Python คือ จบงานได้เร็วใช้ต้นทุนที่น้อยกว่า และภาษา Python มีการพัฒนา Library ให้เหมาะสมกับการทำงานด้านการเงินมากขึ้นเรื่อย

ภาษา Python มีเครื่องมือ และส่วนเสริมครบ สามารถทำได้ทุกงานจบให้ภาษาเดียว ด้วยที่ว่าภาษา Python มีผู้พัฒนาเยอะ เลยส่งผลให้การที่จะสร้างงานขึ้นมาสักอันหนึ่ง บ้างเครื่อง หรือ ส่วนเสริมก็ไม่ต้องทำได้เองก็ได้ในบ้างอย่าง เช่น ถ้าต้องการให้โปรแกรมมีการบอกเวลาก็ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดหลายๆบรรทัดเพียง import datetime เข้ามาในโปรแกรมแล้วเขียนไม่กี่บรรทัดก็ทำให้บอกเวลาได้แล้ว

ในงานด้านการเงินภาษา Python ได้นำไปใช้อะไรบ้าง ?

1. Banking Software

ทางด้านธนาคารต้องรับมือกับ Fintech ธนาคารจะเป็นแบบเดิมต่อไปไม่ได้ต้องเร่งปรับตัวที่จะตามให้ทันตามยุคสมัยใหม่ โดยการสร้าง Applications ขึ้นมาในการทำธุรกรรมทางการเงินออกมารวมถึงต้องมีความปลอดภัยให้กับลูกค้าที่เข้าใช้งาน เหตุที่ต้องใช้ภาษา Python เพราะว่าทำงานในด้านคณิตศาสตร์ และมีอัลกอริทึมที่ดี ปัญหาในทางธนาคารที่ต้องเจออีก คือ โปรแกรมเมอร์ที่น้อยมากเพราะเป็นบริษัทการเงิน

2. Customer Service

ในยุคนี้แล้วการให้บริการลูกที่ต้องให้ต้องไปนั่งรอคิวที่ธนาคาร หรือจะเป็นการติดต่อกับคอลเซ็นเตอร์ที่ต้องรอเหมือนกัน เลยมีการสร้าง Chatbot ขึ้นมาเพื่อมีหน้าที่ในการตอบลูกค้า ด้วยการใช้ภาษา Python สามารถทำ AI หรือ Machine Learning ในการทำ Chatbot ก็ยังสามารถเก็บข้อมูลลูกค้าแล้วให้บริการลูกค้าได้พร้อมๆกัน และในทาง Bank of America มีตัวที่ไว้สำหรับแจ้งเตือนลูกค้า และแนะนำให้ความช่วยเหลือกับลูกค้า ที่จะมีชื่อว่า Erica

3. Risk Management

ความเสี่ยงในด้านการเงินถือว่าเป็นที่ปกติในวงการนี้ก็ว่าได้ เทคโนโลยีมาช่วยในการลดความเสี่ยงลงด้วยภาษา Python มาวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการ และช่วยการประกอบการติดสินใจได้ด้วย

4. Automated Trading

ในการซื้อขายแบบอัตโนมัติด้วยการใช้โปรแกรม หรือ แอพพลิเคชัน ต่างๆในบ้างตัวก็จะเป็นการนำเอา Python มาใช้ด้วยที่อัลกอริทึม และใช้ในด้านของวิเคราะห์เชิงคำนวณคาดการณ์ได้ดี

5. Fraud Detection

การฉ้อโกงถึงจะมาในการทำธุรกรรมด้านการเงินที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นแล้วก็ยังมีให้พบเห็น และจะมีเกณฑ์มากขึ้น ในปี 2563 นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าการสูญเสียจะอยู่ที่ 31.67 พันล้านดอลลาร์ ในการช่วยการตรวจโดยใช้ภาษา Python วิเคราะห์ข้อมูลตรวจสอบการใช้ข้อมูลว่ามีการผิดปกติไหมจะวิเคราะห์กับ Big Data ที่มีอยู่จะช่วยลดการเกิดขึ้นได้

Python มีความสำคัญในด้านการเงิน ?

ในโลกของการเงินมีแต่ความที่ไม่แน่นอนอยู่กับเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงมาก Python จะอยู่ในลำดับแรกๆเลยที่คิดออกเลยเพราะมีอะไรให้ครบเหมาะสมกับการที่ไปทำอะไรได้หลายอย่างมากด้วยที่เป็นภาษาที่กว้างมาก แนะนำให้เรียนมากๆ

โดย พัสดี แก้วอินทร์

Source:

https://www.faridrifaie.my.id/2019/02/use-python-in-finance.html

43Shares

Write a comment